สวัสดีครับหลังจากที่ครั้งก่อนนู้นผมเองได้เขียนเรื่องราวถึงธุรกิจที่ผมเองเลือกที่จะกระโดเข้าไปทำมาถึงตอนนี้ผมเองก็ได้รู้สึกว่าคิดไม่ผิดจริง ๆครับที่ได้เข้ามาร่วมงานกับธุรกิจนี้ แต่วันนี้ก็ได้มีเรื่องราวบางอย่างอยากมาเล่าใ้ห้ทุก ๆคนที่เข้ามาได้ลองอ่านดูว่าบุคคลที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้ เค้าคิดอะไร เค้าเห็นอะไร ถึงได้เข้ามาอยู่ในธุรกิจที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ และมองข้ามอยู่ในเวลานี้ ผมเองขอใช้ Entry นี้ในการบอกเล่าถึงความสวยงามของธุรกิจ Network Marketing ผ่านเรื่องราวของบุคคลที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้นะครับ


         สำหรับเรื่องราวที่ผมจะกล่าวถึงต่อไปก็จะเป็นเรื่องราวของบุคคลที่เรียกว่ามีหน้าที่การงาน มีชีวิตที่ดีพร้อมอยู่แล้ว แต่พวกเ้้ค้าเหล่านี้มาร่วมตัวกันในธุรกิจที่เรียกว่า Network Marketing หรือเครือข่ายที่เรารู้จักกันดีทำไมถึงเป็นแบบนั้น แล้วพวกเค้าคิดอะไรกันอยู่ล่ะลองมาดูกันครับ


         1. คุณอคิรณัฐ สุทธิพงษ์เกษตร
CEO บริษัทส่งออกสินค้าเกษตรขนาดใหญ่



          นักธุึรกิจหนุ่มดีกรีปริญญาโทจากประเทศสหรัฐอเมริกา ความสามารถสูงพูดได้ถึง 5 ภาษา ปัจจุบันนั่งแท่น CEO บริษัทส่งออกสินค้าเกษตรยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆของเมืองไทย ที่มีมูลค่าเป็นร้อยเ็ป็นพันล้าน ตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจNetwork Marketing กับบริษัท Agel Enterprises เห็นโปรไฟล์แบบนี้หลายคนคงอาจจะสงสัยว่าทำไม คนที่ชีวิตน่าจะสบายอยู่แล้วคงไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากจึงได้เข้ามาร่วมธุรกิจระบบเครือข่ายแบบนี้
          เนื่องผมกับคุณวู้ดดี้เองทำธุรกิจอยู่ในบริษัทเดียวกัน และถือว่าเป็นพี่ที่สนิทกันมาคนนึง ผมเองก็ได้ถามถึงเรื่องราวว่าทำไมถึงได้สนใจธุรกิจนี้ และมีเหตุผลอะไรถึงได้มาร่วมงานกับ Agel

          " ทุกวันนี้ผมมองไปที่คุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งอายุราว ๆ 50-60 ปีแล้ว แต่ท่านยังคงไม่หยุดทำงาน และยังต้องไปดูแลกิจการของที่บ้านทุกวัน ผมเห็นภาพการทำงานแบบนี้แล้วคิดถึงตัวเองในเวลาอีก 30-40 ปีข้างหน้า ถ้าต้องมาเป็นแบบคุณพ่อคุณแม่ คงไม่ดีเท่าไหร่" คุณวู้ดดี้ พูดในช่วงการบรรยายเรื่องราวของตัวเอง

          " ธุรกิจที่บ้านผมลงทุนหลายร้อยล้านบาท มีรายได้ที่ดี แต่ก็ต้องลงทุนเพิ่มทุก ๆปี ธุรกิจแบบเครือข่ายลงทุนน้อย รายได้ที่ตอบแทนมาก็ดี ความเสี่ยงต่ำ แล้วอีกอย่างนึงมีโอกาสได้ช่วยให้เพื่อน ๆ หรือคนอื่น ๆมีรายได้ที่ดีโดยไม่ต้องลงทุนเยอะเหมือนผมด้วย" เป็นอีกคำพูดนึงของคุณวู้ดดี้ซึ่ง บอกชัดเจนถึงอะไรบางอย่าง ซึ่งผมเองก็เข้าใจได้ดีเพราะปัจจุบันคุณวู้ดดี้เอง ได้เชิญเืพื่อนสนิท 2 ท่านเข้ามาร่วมธุรกิจด้วย คนนึงเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย อีกคนนึงเป็นหัวหน้าทัวร์ ซึ่งโอกาสจะรับรายได้แสนบาทขึ้นไปต่อเดือน เป็นไปได้ยากพอสมควร แต่ในธุึรกิจนี้คุณวุฒิช่วยให้ 1 ในนั้นมีรายได้ มากกว่า 40,000 ต่อเดือน และอีกท่านนึงก็รับมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือนไปเรียบร้อยแล้ว

          จะเห็นว่าคุณวูดดี้เองมีชีวิตที่สุขสบาย เลือกที่จะมาทำธุรกิจ ๆนึงให้สำเร็จได้ด้วยตัวเอง และเปิดโอกาสช่วยเหลือเพื่อนสนิท และคนอีกมากที่จะมีรายได้ที่ดีขึ้น เริ่มเห็นข้อดีรึยังครับ?


          2. คุณต่อศักดิ์ และคุณ วิจิตรา ศรีพันธ์ ยอดนักขายประกัน





          อีกตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงในชีวิต และในธุรกิจที่ผู้คนไม่ค่อยให้การต้อนรับที่ดีเท่าไหร่อย่างประกัน กับตำแหน่งอย่างผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการขาย ซึ่งรายได้มากถึง 7-8แสนบาทต่อเดือน กับการทำงานอย่างหนัก 22 ปี และยังคงไม่สามารถหยุดทำงานได้ พี่ต่อศักดิ์บอกเล่าถึงประสบการณ์ของตัวเองในการทำงาน เริ่มต้นอาชีพเป็นวิศวกรทำงานอย่างหนักอยู่หลายปี สุดท้ายแล้วก็ก้าวเข้าสู่ธุรกิจประกันซึ่งทำอยู่ยาวนานถึง 22 ปี กับรายได้ที่หลายคนต้องบอกว่าคงเยอะแล้วสำหรับเขา(ใช่มั้ยครับ) แต่สุดท้ายก็เปิดใจก้าวเข้าสู่งานธุรกิจ Network Marketing เต็มตัว

          " ผมทำงานวิศวกรที่ผมรักอย่างหนักอยู่เป็นเวลาหลายปี ก้าวเ้ข้ามาสู่ธุรกิจประกันเป็นเวลาอีก 22 ปี รายได้สูงสุดก็อยู่ที่ 7-8แสนบาทต่อเดือน สุดท้ายผมพบว่าในธุรกิจประกันการที่จะีมีโอกาสรับเงินล้านนั้นคุณเองต้องเป็นสุดยอดของสุดยอด และไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ แต่ในธุรกิจเครือข่ายมันต่างกัน โดยเฉพาะกับ Agel คุณทำงานอย่างหนักมีโอกาสรับรายได้หลักล้านได้จริง ๆ สำหรับทุกคนที่กำลังอยากได้รายได้ที่ดี แต่ไม่อยากเหนื่อยผมขอบอกว่าไม่มี และผมเองอยู่กับประกัน 22 ปี ยังไม่เคยรับเงินล้านมาก่อน แต่ในธุรกิจเครือข่ายอย่าง Agel ด้วยองค์ประกอบต่าง ๆผมมั่นใจว่าไม่เกิน 3 ปีถ้าคุณทำตามระบบที่วางไว้คุณได้รับโอกาสที่จะมีเงินล้านแน่นอน" คุณต่อศักดิ์กล่าวไว้หลังรับตำแหน่ง Director

          จากสุดยอดมือประกันสู่นักธุรกิจเครือข่ายเต็มตัว คุณต่อศักดิ์ยอมเปิดใจเข้ามาเรียนรู้ทุกอย่างใหม่ทั้งหมด และเข้าเรียนทุกอย่างจากระบบ และสามารถขึ้นสู่ตำแหน่ง Director ซึ่งมีรายได้มากกว่า 1แสนบาทต่อเดือนได้ในเดือนที่ 2 ที่ก้าวเข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย

          " ผมเองรักงานประกัน มีคำกล่าวไว้ว่าในประเทศญี่ปุ่นถ้ามีคนตาย 1 คนจะมีคนรวยขึ้น 4 คน แต่ในประเทศไทยถ้ามีคนตาย 1 คนจะมีคนลำบากขึ้น 4 คน นี่คือสิ่งที่แตกต่างกัน ผมเองเข้ามาสู่ธุรกิจเครือข่ายเพราะ เล็งเห็นถึงความง่ายที่จะเริ่มต้นทำ และความง่ายในการทำธุรกิจ แตกต่างจากประกันอย่างสิ้นเชิง ในงานประกันเราขายสิ่งที่ไม่มีตัวตน แต่ในงานเครือข่ายเราทำการตลาดให้กับสินค้าที่จับต้องได้ ให้ผลที่ดีต่อสุขภาพของคนที่ได้รับมันไป และสร้างรายได้ให้กับคนที่สนใจเข้ามาร่วมงานกับเรา สิ่งกับ Agel แล้วด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แตกต่างสร้างทำการตลาดได้ด้วยตัวมันเอง ผมจึงพบว่านี่คืองานที่ง่ายที่สุดในโลก"


          เป็นคำกล่าวในการประชุมทีมร่วมกันของผมกับพี่ต่อศักดิ์เมื่อต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาทำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของคนที่มีความสามารถสูงคนนึงกล่าวถึงธุรกิจที่คนมองข้ามอย่างเครือข่ายได้อย่างดี หลายคนที่เคยคิดว่ามันยาก อยากจะลองเข้ามาดูรึยังครับ?



          3. ภวินท์ภัทร์ อมรมงคลวัฒน์   วิศวกรคอมพิวเตอร์





          วิศวกรรมคอมพิวเตอร์หนุ่มซึ่งผันตัวเองเข้ามาสูุ่ธุรกิจเครือข่าย โดยทำงานเป็นเพียง Part-Time จากงานประจำซึ่งปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่า 2แสนบาทต่อเดือนโดยใช้เวลาในการทำงานเพียงไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง

          " ผมเองเป็นคนไม่เก่ง ที่บริษัทนี้เรามีระบบที่จะช่วยให้คนไม่เก่งประสบความสำเร็จได้ ผมเชื่อมีคนที่เก่งกว่าผมมีอีกเยอะ แต่ชอบทำอะไรนอกระบบจึงไม่สำเร็จ ธุรกิจนี้ง่ายนิดเดียวแค่คุณเปิดใจเรียนรู้ทุกอย่างใหม่จาก 0 เพื่อเ้ข้าใจมันอย่างแท้จริง คุณจะล้มเหลวได้ยากมาก ผมเชิญว่าทุกคนทำได้"

          สำหรับคุณแจ็คภวินท์ภัทร์ เปรียบเสมือนพี่ชายของผมในธุรกิจนี้ เป็นผู้ให้คำปรึกษาต่าง ๆที่ดีเสมอมา แล้วเป็นคนที่มีมุมมองการทำธุรกิจนี้แบบการตลาดอย่างแท้จริง เขาเองมักจะบอกอยู่เสมอว่าตัวเขาเองเป็นคนไม่เก่ง ซึ่งจริง ๆผมก็พบว่าคนที่เก่งกว่าเขาและผมมีอีกมาก แต่อย่างที่คุณแจ็คว่าก็คือคนเหล่านั้นมักจะเชื่อในความสามารถของตัวเอง แล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ เพราะในธุรกิจนี้มี Know how ที่เป็นเฉพาะแตกต่างจากธุรกิจอื่นอย่างชัดเจน ดังนั้นถ้าคุณไม่เริ่มต้นศึกษาเรียนรู้จาก 0 คุณจะไม่มีทางเข้าใจมันได้อย่างแน่นอน


          4. โอ๋ จิตราภร จันทร์อู่ นักศึกษาปี4 มธ



          เหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วกับการที่นิสิตนักศึกษาเข้ามาร่วมงานธุรกิจNetwork Marketing กันมากขึ้นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งของภาพความสำเร็จที่ต้องบอกว่า " อายุน้อยที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุด" อายุเพียง 21 ปี สามารถมีรายได้มากกว่า 350,000 ต่้อเดือน ด้วยตัวเองพร้อมกับ รถเบนซ์ป้ายแดง ให้ท่านทั้งหลายลองนึกภาพตามเด็กอายุ 21ปี ขับรถเบนซ์ป้ายแดงคงมีหลายคนคิดว่า เป็นเด็กเสี่ย หรือบ้านน้องเค้ารวย แต่เธอคนนี้กับความพยายามทำงานอย่างหนักพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคในการทำงานอย่างแ้ท้จริง


          ผมกับโอ๋ มีโอกาสรู้จักกันในบริษัท Agel และได้เห็นถึงพลังในการทำงานของเธอคนนี้แล้วต้องบอกว่าอึ้งมากจริง ๆครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานภาคสนามอย่างหนัก พร้อมที่จะลุยไปในทุก ๆจังหวัด เพราะเธอเองเคยแม้กระทั่งบุกตลาดภาคใต้ด้วยตัวเองมาแล้ว ผมเองซึ่งก็กล้าบอกว่าจะรายได้แตะหลักแสนได้ในสิ้นปีนี้ ก็ได้รับแรงบรรดาลใจจากเธอเหมือนกัน



          5. ไมยสิทธิ์ สว่างธรรมรัตน์ , ปูชิตา สุขีวัฒนา นักศึกษาจบใหม่




          อีกหนึ่งตัวอย่างของคนอายุยังน้อยที่ประสบความสำเร็จในชีิวิตตั้งแต่ยังเด็ก อายุเพียง 25 ปี สามารถมีรายได้ต่อเดือนเกิน 1ล้านบาท ครับคุณอ่านถูกต้องแล้ว 1ล้านบาทต่อเดือน มาถึงตรงนี้ผมว่าหลายคนคงส่ายหน้าแล้วก็ไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอ่าน หลายคนคงปิดหน้านี้ลงไปแล้ว แต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคือ คนหนุ่มสาว 2 คนซึ่งทำงานอย่างหนัก และตั้งใจจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง


          คุณไมยเองเกิดในครอบครัวที่มีฐานะ มีธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้าง และเคยเกลียดธุรกิจเครือข่ายมาทั้งชีวิต สุดท้ายเมื่อธุรกิจของที่บ้านมีอันต้องล้มละลายลงคุณไมยจึงเริ่มผันตัวเองไปทำอาชีพต่าง ๆมากมายเช่น พนักงานเสริฟ คนส่งเอกสาร คุณจะมีความรู้สึกอย่างไรครับ เมื่อวานนึงคุณเองเป็นเด็กเสริฟในร้านอาหารในขณะที่เพื่อน ๆคุณกลุ่มใหญ่กำลังนั่งกินอาหารอยู่ในร้านนั้น นี่คือสิ่งที่คุณไมยเจอครับ สุดท้ายต้องกลับมานึกย้อนว่าตัวเขาเองต้องการสิ่งแบบนี้ในชีวิตหรือ? และเมื่อมาถึงสุดท้าย อาชีพสุดท้ายที่คุณไมยปฏิเสธมาตลอดชีวิตวันนี้ทำให้คุณไมย และครอบครัวมีความสุขมากขึ้นครับ


          คุณไมยเคยบอกว่าประโยคเพียงประโยคเดียวที่ทำให้คุณไมยตัดสินใจก้าวมาสู่ธุรกิจที่เขาปฏิเสธมาทั้งชีวิตเมื่อบุคคลท่านหนึ่งถามเขาว่า " ใครในห้องนี้ต้องการมีรายได้เดือนละ 3แสน-1ล้านบาท ภายใน 2-3ปีบ้างยกมือขึ้น" แน่นอนครับคุณไมยยกมือคุณ โดยมีเสียงต่อมาว่า " แล้ววันนี้ท่านที่อยากได้รายได้ขนาดนั้น คุณได้ทำอะไรที่คู่ควรที่จะรับรายได้ระดับนั้นแล้วหรือยัง?" หลังจากได้ฟังประโยคนี้ผมคิดว่าหลายคนคงมีความรู้สึกอะไรอยู่ในใจ คุณคิดว่าคนรวยที่มีรายได้มหาศาลในทุกวันนี้ เขาต้องผ่านอะไรมาบ้างครับ? ถ้าคุณเองได้เคยอ่านประวัติของเศรษฐีในประเทศไทย จะเห็นว่าแต่ล่ะคนไม่ได้รวยตั้งแต่เกิดอย่างแน่นอน


          6. คุณพจนารถ โล่ห์ล้ำเลิศ ธุรกิจส่วนตัว ด้านอะไหล่รถยนต์ และกิฟช้อป

          คุณพจนารถเอง เป็นหนึ่งในทีมงานของผมซึ่งมีชีวิตที่ดี มีความสุขอยู่แล้ว ธุรกิจที่บ้านก็มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอและมากพอที่จะอยู่ได้อย่างสบาย ๆ แต่ในวันที่เธอรู้จักกับธุรกิจนี้ ผมเองคุยกับเธออยู่ราว ๆ2 ชั่วโมง จากคนที่ไม่เคยตอบรับธุรกิจนี้เลยในที่สุดตัดสินเข้าร่วมงานกับผม ซึ่งวันนั้นผมเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะสนใจเพราะ เธอก็ไม่ได้ลำบากอะไรและไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำ สั้น ๆง่ายเพียงเพราะบรรยากาศในทีมงาน และการทำงานในบริษัทนี้น่าร่วมงานด้วย และเป็นช่องทางหนึ่งในการที่จะีมีรายได้เพิ่มเติมแบบสนุก ๆและได้เที่ยวฟรี ๆปีล่ะหลาย ๆครั้ง       

          ประเด็นที่ผมอยากจะบอกก็คือ หลายคนในวันนี้คุณกำลังทำงานหนักเพื่อตัวคุณเอง หรือเพื่อใครครับ แล้วสิ่งที่คุณทำมันอย่างหนัก แลกกับสิ่งที่เรียกว่า "เงินเดือน" นั้นเพียงพอที่จะดูแลชีวิตคุณและครอบครัวหรือ? ผมไม่ได้บอกให้คุณเลิกทำงานที่คุณทำอยู่ แล้วผมเองก็ไม่ได้บอกว่าคุณต้องมาทำเครือข่าย แต่คุณเองก็น่าจะเคยเห็นคนที่ทำงานประจำมาทั้งชีวิต 40 ปี แล้วไม่มีเงินเก็บ ไม่รวย ใช่ไม่ใช่ครับ?


          สุดท้ายแล้วใน Entry นี้อย่างที่ผมบอกไปใน Entry ก่อนหน้านี้ สิ่งที่คุณจะได้รับจากธุรกิจนี้นอกจากเงินแล้ว สิ่งที่คุณเองจะได้ตามมาคือสังคมใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ บรรยากาศทำงานที่ทุกคนช่วยเหลือกัน ผมเองทราบว่าหลายคน มีทัศนคติที่ไม่ดี ยังไม่เข้าใจธุรกิจนี้อย่างชัีดเจน ผมคงไม่มานั่งขอให้คุณเปิดใจศึกษาเพราะคงไม่ทำกันแน่ ๆ แต่เชื่อผมเถอะครับถึงวันนึงที่ถึงจุดที่การเปลี่ยนแปลงชีิวิตมาถึงหลายคนที่ได้อ่าน Entry นี้ของผมคงได้มาอยู่ร่วมธุรกิจเดียวกันอย่างแน่นอน


          ผมเชื่ออย่างยิ่งว่า ธุรกิจนี้เหมาะสำหรับใครหลาย ๆคนที่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างจริงจัง อยากจะมีชีิวิตที่ดีขึ้น อยากจะช่วยให้เพื่อนฝูง ญาติมีีชีวิตที่ดีขึ้น ผมคงขอฝาก Entry นี้ไว้สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่านชีวิตอยู่ในมือท่าน ความฝัน ความหวัง เป็นของท่าน อย่าปล่อยให้เวลาผ่านลอยไปเปล่า ๆ จนต้องมานั่งนึกเสียใจภายหลัง ผมมักจะถามคนอยู่เสมอว่าในวันที่คุณยังเป็นเด็กอายุซัก 20 21 ปี คุณฝันถึงอะไร แ้ล้วกี่ปีผ่านมาแล้วที่คุณปล่อยให้ความฝันของคุณหลุดลอยไป รายได้ที่ดีที่คุณฝันถึง บ้าน รถ อะไรก็ตามที่คุณต้องการคุณพร้อมที่จะคว้ามันมาหรือยัง

          " งานประจำทำเมื่อไหร่ก็ได้ เงินหาที่ไหนก็ได้ ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิตต้องธุรกิจเครือข่าย ถ้าเป็นธุรกิจเครือข่ายตอนนี้ต้องเ็ป็น Agel เท่านั้น"


Make an Impact.

Find the freedom you seek.
And the community you need.
And you will proud to say


" I am Agel "


My name is Teerawu. And I am Agel

Comment

Comment:

Tweet