สวัสดีตอนเปิดเทอมครับ ช่วงนี้ก็ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยเหมือนเดิม เอกที่เรียนในคณะก็ชิว ๆสบาย ๆก็เลยไม่มีอะไรให้ต้องเครียดมากมาย เซ็งตรงอากาศที่ร้อนเกินจะทนไหว กับย้ายบ้านออกมาไกลจากมหาลัยเข้าไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ก็ดีตรงเหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ล่ะนะ วันนี้ก็มาพร้อมกับหนังไทย(อีกแล้ว) สังเกตุว่าจะเขียนถึงหนังไทยค่อนข้างมาก หนังเทศก็มีบ้าง ปน ๆกันไป แต่โดยมากจะเป็นหนังรักของไทย ซึ่งเอาจริง ๆแล้วผมมองว่า เป็นรูปแบบหนังที่ผู้กำกับไทยเราสามารถสร้างออกมาได้ดีกว่าหนังประเภทอื่น(หรือเปล่า) วันนี้มากับหนังที่กำลังแรงรึเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ผมชอบมาก ๆในช่วงนี้ก็คือ รัก|สาม|เศร้า หนังรักอีกเรื่องจากค่าย GTH และหนังรักเรื่องที่ 2 ของ พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ที่ตัดสินใจเข้าโรงไปดูเรื่องนี้เพราะการได้ดูตัวอย่างหนังใน hi5 ของพีคเองน่ะแหละ แต่เพียงแค่ตัวอย่างเล็ก ๆน้อย ๆก็บ่งบอกว่าตัวหนังมีอะไรที่น่าติดตามอยู่พอสมควรอยู่แล้ว ก็เลยจัดการไปดูซะ


          เริ่มจากโปสเตอร์หนังแค่เห็นก็เกิดคำถามว่าทำไมนะ คำว่า "สาม" ถึงต้องเป็นสีน้ำเงินด้วย ทำไมใช้คำว่า "เศร้า" ซึ่งจริง ๆควรจะเป็น "เส้า" ก็เลยจัดการไปอ่านเรื่องย่อ ๆก็เลยได้เข้าใจความหมายที่ผู้กำกับต้องการสื่อออกมา ถ้าใครได้ไปดูมาแล้วจะเห็นว่าหนังสื่อสารง่าย ๆกับคนดู ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่ตัวละครใช้ ถึงแม้หลายคนบอกว่าหยาบคายมากเกินไป แต่ถ้าถามตามความเป็นจริงแล้ว ชีวิตเด็กมหา'ลัยสมัยนี้ มันก็แนว ๆนี้กันทั้งนั้น คงไม่มีใครเถี่ยงตรงจุดนี้ และสัญลักษณ์ต่าง ๆที่เราพบได้ในเรื่อง ล้วนแต่พยายามจะสื่อกับคนดูอย่างง่าย ๆไม่ต้องไปคิดหรือหาคำตอบอะไรหลังออกจากโรง แต่ผู้ชมสามารถรู้ได้เลยว่ากำลังสื่อถึงอะไร ผมชอบหนังเรื่องนี้ตรงที่หยิบยกประเด็นที่ใกล้ตัว แต่ยังไม่มีใครเอาออกมาทำเป็นหนังซะทีอย่าง ความเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน และความสนิทสนมของเพื่อนหญิง 2 คนที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนเดียวกัน กรณีแบบนี้มีให้เห็นได้บ่อย ๆในชีวิตจริง ๆ


          เกิดเดินเรื่องในช่วงแรก ๆอาจจะดูน่าเบื่อสำหรับหลาย ๆคนแต่ก็เป็นเหมือนกับการแนะนำตัวหนังอย่างคร่าว ๆว่าต่อไปนี้คุณจะต้องเจอกับอะไรบ้าง และก็เชื่อมเข้ากับฉากที่เห็นในโฆษณา หรือตัวอย่างก็ดี ก็คือตอนที่ปมหลักของเรื่องที่แท้จริงปรากฏขึ้นในห้องที่ฟ้าไปนอนที่โรงพยาบาลนั่นเอง จนมาถึงสถานการณ์ต่าง ๆที่ตามมา อย่างน้ำท้องก็ดี ฟ้าหนีหายไปก็ดีถูกเล่าอย่างสมจริง คือดูเหมือนเป็นความเป็นจริงจนหลาย ๆคนเสียน้ำตาได้ตั้งแต่กลาง ๆเรื่อง หรือมุขที่กระชากอารมณ์อย่าง " คราวหลังพี่จะไม่ลืมซื้อถุงยาง" ซึ่งออกมาจากตัวละครที่ดูไม่สำคัญแต่ก็คล้าย ๆกับพยายามจะตีแผ่สังคม หรือผู้ชายในปัจจุบันอยู่(หรือเปล่า?) เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างดำเนินไปหมด ความ "เศร้า" ของทั้ง สาม ตัวละครในเรื่องก็บังเกิดขึ้น เมื่อดู ๆไปแล้วหนังเหมือนจะใช้ น้ำ เป็นตัวกลางระหว่าง ฟ้า และ พายุ(ต่อไปขอเรียกว่า ยุ เหมือนในหนังนะครับ) สังเกตุได้จากฉากในโรงพยาบาลที่น้ำอยู่ตรงกลางระหว่างอีก 2 คน แต่เอาเข้าจริง ๆแล้ว ตัวที่เป็นตัวกลางในการสื่อเรื่องหลัก ๆน่าจะเป็น ยุ มากกว่า เพราะเป็นตัวละครที่ต้องแบกรับเรื่องราวไว้มากกว่าอีก 2 ตัว


           มาถึงด้านฉากในเรื่อง เรื่องนี้ใช้มุมกล้องสไตล์ยุโรปที่ตั้งกล้องนิ่ง ๆและไม่ค่อยมีการเปลี่ยนมุมกล้องให้เห็นบ่อย ๆในฉากเดียว กับการถ่ายที่พยายามให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เน้นให้ฉากไหนเด่นจากกันมากมาย การสื่ออารมณ์ภาพนั้นแสดงออกมาตั้งแต่ต้นเรื่อง ไปจนท้ายเรื่องชวนให้ผู้ชมมีอารมณ์ไปพร้อม ๆกับหนังได้อย่างดี การเน้นสีโทนต่าง ๆของน้ำ และท้องฟ้าในเรื่อง เหมือนพยายามจะสื่อถึงตัวละครไปในตัว ผมชอบตรงที่การถ่ายบางฉากที่สามารถทำให้ดูเป็นฉากที่สวยงามได้มากกว่า แต่กลับถ่ายออกมาธรรมดา ๆ เน้นให้ฉากนั้นเป็นธรรมชาติที่สุดอย่างฉากบนเกาะนอก ซึ่งดูเหมาะกับตัวฟ้าที่ไปพักอยู่บนนั้นเองด้วย


           มาถึงเรื่องบท คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย ใครที่ได้ชมแล้วคงรู้สึกได้ว่า เรื่องนี้มันเศร้าเพราะตัวบทและบรรยากาศของเรื่องล้วน ๆ ต้องชมนักแสดงที่สามารถถ่ายทอดให้ชมได้อย่างถึงแก่นของอารมณ์จริง ๆ ไม่รู้ว่าเพราะการสนทนาด้วยภาษาหยาบ ๆง่าย ๆที่สามารถเข้าใจได้ง่ายด้วยหรือเปล่า ผมไม่ค่อยสนใจตรงประเด็นเรื่องครอบครัวของฟ้า ในแง่ของความเป็นจริงที่ควรจะรักษาลูกสาวมากกว่านี้ หรืออาจจะพยายามบอกว่า ครอบครัวที่เลี้ยงลูกด้วยเงิน และตามใจลูกทุกอย่าง มันเป็นอย่างไรก็ได้(มั้ง?) ในส่วนของบทพูดที่เด่น ๆในเรื่องที่ถูกถ่ายทอดออกมาในช่วงเวลาต่าง ๆตามเรื่อง ก็ถูกที่ถูกเวลา และบางประโยคก็กัดกินหัวใจซะเหลือเกินสามารถเรียกเอาน้ำตาให้ไหลออกมาได้อย่างง่าย ๆ อย่างที่หนังหลาย ๆเรื่องทำไม่ได้


          มาถึงตรงนี้เรื่องนี้ออกแนวจะต่างกับหนังที่เคยเอามาเขียนตรงความเศร้า ปนซึ้ง และสิ่งที่ผมชอบที่สุดของการสื่อสารผ่าน สัญลักษณ์ข้อความต่าง ๆที่มีให้เห็นตลอดทั้งเรื่อง สีฟ้าของคำว่า "สาม" บนโปสเตอร์ ซึ่งเชื่อมกับชื่อของตัวละครที่สัมพันธ์กันอย่างมีนัย สื่อถึงความรักที่แปร่ปรวนไม่แน่นอน เอาการฟังเพลงการกินอาหาร มาเล่นกับความชอบ ความรัก ระหว่างตัวละคร ผมว่าเท่ดีนะทั้ง ๆที่ใส่เสื้อฟังเพลงไทย กับ เล่นเพลงไทยไม่ได้เกี่ยวอะไรกันตรงไหน แต่ตัวละครกลับสื่อออกมาได้ว่าเป็นการบอกกราย ๆว่าตัวละครอีกตัวคิดกับอีกตัวยังไง


          ว่ากันตามจริงแล้วดูเหมือนหนังจะสามารถสื่ออะไรให้มันสุด ๆได้มากกว่านี้ แต่บางทีเราอาจจะคาดว่าหวังไปมากกว่าที่ตัวผู้กำกับเองต้องการให้หนังเป็นอย่างนั้นก็ได้ ยังไงก็เป็นผลงานเรื่องที่ 2 ของพีค และเป้ และเรื่องแรกในการเป็นตัวหลักของก้อย สามารถทำออกมาได้อย่างดี โดยเฉพาะพีค กับบทที่บีบคั้นอารมณ์มากกว่าเดิม ต่างจากบทเดิมใน สายลับจับบ้านเล็กอยู่มากพอสมควร ผมเองคงต้องบอกว่าชอบมาก ๆสำหรับ รัก|สาม|เศร้า ก็คงฝากเรื่องนี้ไว้ในฐานะหนังไทยที่น่าดูอีกเรื่องนึงในหลาย ๆเรื่องที่เคยเขียนไป วันนี้ก็คงลาไปพร้อมกับเรื่องนี้เพียงเท่านี้นะครับ


ปล.ฝาก MV เพลงให้ดูกันเหมือนเคยกับ Ost. ของเรื่องนี้กับ เพื่อน ของพอง พอง ที่ขับร้องใหม่โดยพั้นช์ นะครับ
Version ตัดคำหยาบอีกต่างหาก - -"


 

edit @ 3 Jul 2008 00:36:37 by LuciFer•`

Comment

Comment:

Tweet

คิดถึงพี่ชาย

#3 By ☆*I'm on 2008-11-19 16:40

ดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ
ไม่ชมไม่ได้จริงๆ
จังหวะการเล่าเรื่องของหนังทำได้ดี
ส่งผ่านความเจ็บปวดมาถึงคนดูได้จริงๆ

*พระคุ้มครอง

P.S. ชอบเวอร์ชั่นเพลงเพื่อนที่ก้อยร้องมากกว่าค่ะ